แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 54
1
คอนโดติดรถไฟฟ้า เซนโทร วิภาวดี - รังสิต (Centro Vibhavadi - Rangsit)
เริ่มต้น 7.29 ลบ. - 12 ลบ. 

เซนโทร วิภาวดี - รังสิต (Centro Vibhavadi - Rangsit)
บ้านเดี่ยวกับแนวคิดโครงการ The Prime Touch of Timeless Living ด้วยการออกแบบที่มีความเรียบง่ายและฟังก์ชันต่างๆ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ให้แก่ผู้อยู่อาศัย เดินทางง่าย สะดวก ติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง และยังใกล้กับสถานที่สำคัญต่างๆ อีกมากมาย

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ                 เซนโทร วิภาวดี - รังสิต (Centro Vibhavadi - Rangsit)
 เจ้าของโครงการ            เอพี (ไทยแลนด์)
 แบรนด์ย่อย                  เซนโทร
 ราคา                          เริ่มต้น 7.29 ลบ. - 12 ลบ.

 ประเภทบ้าน                 บ้านเดี่ยว
 ลักษณะทำเล                บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ               50 ไร่ 1 งาน 54 ตร.ว.
 จำนวนบ้าน                  232 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด           โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
  เนื้อที่บ้าน                  โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 พื้นที่ใช้สอย                  ตั้งแต่ 173 ถึง 225 ตร.ม.
 จำนวนชั้น                    2 ชั้น
 หน้ากว้าง                   โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนที่จอดรถ            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค             สวนสาธารณะ, คลับเฮาส์, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, รปภ., CCTV, สนามเด็กเล่น, Co-working space

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน                 ปทุมธานี, คลองหลวง, ธัญบุรี, ลำลูกกา
 ที่ตั้ง                ตำบลบางพูล อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

 ขนส่งสาธารณะ
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม, สถานี(บางซื่อ - รังสิต)(รังสิต)
ใกล้ทางด่วน (โทลล์เวย์ดอนเมือง, ทางพิเศษอุดรรัถยา)

ขนส่งอื่นๆ สนามบินดอนเมือง
 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
ศูนย์การค้า/ไลฟ์สไตล์
1.ตลาดรังสิต 2.9 กม.
2.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รังสิต 3.2 กม.
3.Future Park Rangsit & Zpell 3.6 กม.
4.แม็คโคร รังสิต 4.9 กม.
5.เซียร์ รังสิต 5.3 กม.

สถานศึกษา
1.โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต 1.7 กม.
2.มหาวิทยาลัยรังสิต 2.6 กม.
3.โรงเรียนสายปัญญารังสิต 4.2 กม.
4.มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 8.9 กม.
5.โรงเรียนพระหฤทัยดอนเมือง 9.1 กม.

โรงพยาบาล
1.โรงพยาบาลเปาโล รังสิต 3.7 กม.
2.โรงพยาบาลบางปะกอก-รังสิต 2 7.4 กม.

2
บ้านติดรถไฟฟ้า อาคิน วัน ลำลูกกา (Arkin One Lamlukka)
เริ่มต้น 17.9 ลบ.

อาคิน วัน ลำลูกกา (Arkin One Lamlukka)
เตรียมพบ อาคิน วัน ลำลูกกา บ้านเดี่ยววิวสนามกอล์ฟจาก เอสติม่า บ้านภายใต้แนวคิด "LIFE, ONE DAY AT A TIME เพื่อชีวิตที่ดีในทุกๆ วัน" ทำเลบนพื้นที่ลำลูกกา พร้อมดื่มด่ำไปกับบรรยากาศยามเย็น

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ              อาคิน วัน ลำลูกกา (Arkin One Lamlukka)
 เจ้าของโครงการ         เอสติม่า แอสเสท
 แบรนด์ย่อย               อาคิน
 ราคา                      เริ่มต้น 17.9 ลบ.

 ประเภทบ้าน               บ้านเดี่ยว
 ลักษณะทำเล              บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ           โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนบ้าน              22 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
  เนื้อที่บ้าน              โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 พื้นที่ใช้สอย            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนชั้น              โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 หน้ากว้าง               โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน       โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนที่จอดรถ       โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน              ปทุมธานี, คลองหลวง, ธัญบุรี, ลำลูกกา
 ที่ตั้ง              ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130

 ขนส่งสาธารณะ
ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม, สถานี(หมอชิต - คูคต)(คูคต)
ใกล้ถนนสายหลัก (ถนนลำลูกกา, ถนนพหลโยธิน, ถนนวิภาวดี-รังสิต)
ขนส่งอื่นๆ สนามบินดอนเมือง

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ปีที่สร้างเสร็จ                   โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ

3
จัดฟันบางนา: ระวัง !! ภาวะการติดเชื้อ บริเวณฝังรากฟันเทียม

การผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ถือเป็นเรื่องที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นในวงการทันตกรรม และเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่สูญเสียฟันธรรมชาติและการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมนั้น ก็ต้องการการดูแลรักษาอย่างละเอียดและดีที่สุด เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการรักษาผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ซึ่งบางรายอาจจะละเลยการดูแลความสะอาด ทำให้แผลที่ผ่าตัดหรือรากฟันเทียมเกิดอาการติดเชื้อ ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขก็อาจจะลุกลามไปถึงบริเวณฟันซี่ใกล้เคียงได้ และอาจจะให้เกิดผลกระทบตามมาภายหลัง

สำหรับการฝังรากฟันเทียมนั้น หากบริเวณที่ได้ทำการฝังรากฟันเทียมลงไปเกิดอาการติดเชื้อแบบฉับพลัน หรือสูญเสียฟันไปเนื่องจากการติดเชื้อโรคปริทันต์ ก็จะส่งผลถึงบริเวณขอบกระดูก ทำให้การฝังรากเทียมนั้นมีความยุ่งยากและมีขั้นตอนที่ซับซ้อนขึ้นไปอีก แต่ในบางกรณีที่มีการติดเชื้อเรื้อรัง เช่นมีเงาดำบริเวณปลายรากฟัน ไม่มีหนอง ก็มันจะมีการทำลายกระดูกบริเวณปลายราก แต่หากบริเวณขอบกระดูกไม่โดนทำลาย ก็จะทำให้การรักษาผ่าตัดฝังรากฟันเทียมง่ายยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ก่อนเข้ารับการรักษาผ่าตัดฝังรากฟันเทียมก็ควรดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ดีก่อนเข้ารับการรักษา และควรเข้าปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับฟังคำแนะนำและการปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อให้ผลการรักษาสำเร็จและมีความสมบูรณ์ในการรักษามากที่สุด เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษาได้มีรากฟันเทียมที่สามารถใช้ทดแทนฟันธรรมชาติที่เสียไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้งานรากฟันเทียมได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด



4
จัดฟันบางนา: หลายคนสงสัย ! แปรงฟันหลังรับประทานอาหาร ต้นเหตุฟันผุ จริงหรือไม่?

เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้ว่า ฟันผุ ที่มักจะทำให้มีปัญหาอาการปวดฟันรุนแรง รวมถึงการสูญเสียฟันแท้ตามธรรมชาติไป ซึ่งสาเหตุของฟันผุหลักๆที่หลายๆคนทราบกันดีก็คือ การที่สุขภาพช่องปากมีเศษอาหารเกาะติดจนทำให้แบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ เกิดสะสมจนทำลายผิวฟันเคลือบฟันจนท้ายที่สุดคือทำร้ายฟันนั่นเอง แต่เชื่อว่าน้อยคนนักที่อาจจะเคยได้ยินว่า การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารในทันที ก็คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุ หลายๆ คนมองว่านี่เป็นเพียงความเชื่อ แปรงฟันหลังรับประทานอาหารจะไม่ดีได้อย่างไร

วันนี้จะขอมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้อย่างชัดเจนว่าจริงหรือไม่ เพราะเหตุใดจึงมีแนวคิดแบบนี้ออกมา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารทันที ไม่ดีต่อสุขภาพฟันจริงหรือ ?

ต้องบอกเลยว่าหลายๆ คนอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมบางคนแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหาร หรือแปรงฟันเกิน 2 ครั้งแต่วันยังกลับมีฟันผุได้ จึงถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกมากๆ

ซึ่งได้มีงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้วเหมือนกัน มีเนื้อหาว่าการรับประทานอาหารประเภทน้ำผลไม้ น้ำอัดลม หรือ เครื่องดื่มต่างๆ ที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ หรือมีน้ำตาลสูง จะมีส่วนสำคัญในการทำให้เคลือบฟันมีความอ่อนตัวลงเป็นอย่างมากนานประมาณ 10 นาที – 1 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย

ซึ่งในขณะที่เคลือบฟันตามปกติมีความแข็งตัวสูงเพื่อไว้คอยปกป้องฟัน แต่ในระยะเวลาดังกล่าวที่เคลือบฟันอ่อนตัวนั้น หากว่าทำการแปรงฟันในช่วงระยะเวลาดังกล่าวที่เคลือบฟันกำลังอ่อนตัว ก็จะทำให้แม้ว่าเราจะถูฟันเบาๆ ก็อาจจะทำให้เคลือบฟันถูกทำลายได้โดยง่ายแม้ไม่ได้ออกแรงที่มากมายอะไร

เมื่อสารเคลือบฟันถูกทำลายอย่างที่ทราบกันดีว่าเป็นต้นเหตุให้ ฟันกร่อน ฟันสึก รวมไปถึงฟันผุได้ง่ายขึ้นอีกด้วยนั่นเอง

ซึ่งทำให้ได้ทราบว่า การแปรงฟันทันทีหลังจากดื่มหรือรับประทานอาหารที่กล่าวมาข้างต้นเหล่านี้ และทำการแปรงฟันในทันที อาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีก็เป็นได้

แต่ถึงอย่างไรก็ตามการแปรงฟันหลังรับประทานอาหารก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นมากๆ แต่ควรแปรงให้รู้เวลาและถูกต้อง มีรายละเอียดเบื้อต้นการแปรงฟันหลังรับประมานอาหารมาฝากดังต่อไปนี้

    เปลี่ยนจากการแปรงฟันหลังรับประทานอาหารจำพวกที่มีน้ำตาลสูง หรือเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนหรือเข้มก็ตาม มาแปรงฟันก่อนรับประทาน โดยพยายามใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์เป็นหลัก และบ้วนน้ำหลังจากที่รับประทานเสร็จแล้ว

    บ้วนน้ำหลังจากรับประทานอาหาร หากว่าต้องการที่จะแปรงฟันหลังรับประทานจริงๆแล้วล่ะก็ ให้ทำการบ้วนน้ำหลังรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด โดยทำการบ้วนซ้ำๆหลายๆรอบ เมื่อทำการบ้วนปากเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อขจัดเศษคราบอาหารเบื้องต้น ก็ให้รอประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากรับประทานเสร็จแล้วจึงค่อยทำการแปรงฟันอย่างละเอียดอีกครั้งถือว่าเป็นการดีที่สุด

    เลือกแปรงสีฟันที่ถูกต้อง หลังจากที่รอระยะเวลา 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรดเรียบร้อยแล้ว เตรียมเริ่มการแปรงฟัน แนะนำว่าให้ใช้ขนแปรงที่มีความนุ่ม และไม่ใหญ่จนเกินไป ห้ามแปรงแบบลงแรงโดยเด็ดขาด ให้ทำการปัดเศษอาหารอย่างเบามือ เพื่อไม่ให้เคลือบฟันที่กำลังคลายตัวถูกความแรงของการแปรงฟันจนสูญเสียนั่นเอง

    บ้วนแค่ฟองไม่ต้องบ้วนน้ำ หลังจากที่ได้ทำการแปรงฟันแล้ว แนะนำว่าให้บ้วนทิ้งแค่ฟองในปาก ไม่จำเป็นต้องบ้วนน้ำเพื่อล้างปากแต่อย่างใด เพื่อให้ฟลูออไรด์ในยาสีฟันไม่ถูกล้างออกไปจะได้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากว่ารู้สึกไม่สบายปาก แนะนำให้ทำการบ้วนน้ำเปล่าเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็คือเทคนิคง่ายๆ ในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟัน หลังจากรับประทานอาหาร หากว่าท่านกำลังเป็นหนึ่งคนที่รักการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยทำการแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มในทันที ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมซักนิด เพื่อให้สุขภาพช่องปากของท่านปลอดภัยจากโรคร้ายต่างๆ เพียงเพราะทำผิดวิธี

5
ข้อควรทราบเมื่อต้องเลือกใช้ฉนวนกันความร้อน

เมื่อถึงเวลาต้องแก้ปัญหาหน้างานโดยการติดตั้งฉนวนกันความร้อน ไม่ว่าจะเป็นแบบถอดได้หรือแบบทั่วไปก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ควรทราบในการตัดสินใจเลือกฉนวน ควรคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้

1. สถานที่ติดตั้งฉนวนกันความร้อน

เป็นการใช้งานฉนวนภายในหรือภายนอกอาคาร มีโอกาสสัมผัสยูวีและน้ำหรือไม่

ในการติดตั้งจำเป็นต้องมีระบบป้องกันฉนวนเสียหายจากสภาพแวดล้อมหรือไม่

การดูแลรักษาหรือการซ่อมบำรุง มีความยากง่ายเพียงใด เช่น ฉนวนบนที่สูง ฉนวนในที่แคบ


2. พื้นที่ทั้งหมดของส่วนที่ต้องมีฉนวน

ฉนวนต้องมีรูปทรงแบบไหน เช่น แผ่นรูป โค้งเข้ารูปท่อ หรือรูปทรงอื่นๆ

แบบหรือ drawing ของอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งฉนวนมีครบถ้วนเพื่อลดความผิดพลาดหรือไม่

ปริมาณของฉนวนที่ต้องการตามแบบ มีความชัดเจน ถอดออกมาได้ใกล้เคียงกับการทำงานจริงหรือไม่


3. เงื่อนไขของอุณหภูมิที่ต้องการ

ทราบอุณหภูมิเฉลี่ยที่ต้องการภายหลังการติดตั้งฉนวนกันความร้อนหรือไม่

อุณหภูมิสูงสุดที่ฉนวนต้องทนได้เมื่อมีการใช้งานจริงเป็นระยะเวลานานอยู่ที่เท่าไร

ต้องการสัมประสิทธิ์การนำความร้อน (Thermal Conductivity) ที่ช่วงอุณหภูมิใดเป็นพิเศษหรือไม่


4. การเตรียมพื้นผิวสำหรับติดตั้งฉนวน

สามารถติดตั้งฉนวนได้เลยหรือต้องทำความสะอาดพื้นผิวก่อน

จำเป็นต้องเตรียมผิว เช่น กำจัดสนิม ทาสีกันความร้อน ก่อนติดฉนวนหรือไม่

พื้นผิวที่ติดฉนวนมีโอกาสเกิดการผุกร่อน (Corrosion Under Insulation: CUI) หรือไม่


5. ประเภทของฉนวนที่เหมาะสมกับงาน

จำเป็นต้องใช้ฉนวนกันความร้อนแบบถอดได้ในบางจุดหรือทุกจุดหรือไม่

ความหนาแน่นของฉนวนเป็นแบบทั่วไป หรือต้องเป็นฉนวนความหนาแน่นสูง

อายุการใช้งานของฉนวนที่ต้องการหรือแผนในการเปลี่ยนฉนวนทุกกี่ปี


6. ความหนาของฉนวนตามหลักเศรษฐศาสตร์

ความหนาที่ต้องการอยู่ในงบประมาณที่วางไว้หรือไม่

ระยะเวลาคืนทุนหลังการติดตั้งฉนวนอยู่ในช่วงที่รับได้หรือไม่

กรณีที่ความหนาฉนวนต้องลดลงเนื่องจากพื้นที่หน้างานแคบหรือมีระยะห่างน้อยเกินไป การใช้ฉนวนพิเศษเช่น Nano Aerogel Insulation จะคุ้มค่ากว่าแบบทั่วไปหรือไม่


7. ข้อมูลที่จำเป็นจากผู้ผลิตหรือจำหน่ายฉนวน

ค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อน (Thermal Conductivity)

ความหนาแน่นของฉนวนกันความร้อน (Bulk Density)

เอกสารความปลอดภัยของฉนวน (Material Safety Datasheet: MSDS)

6
หมอออนไลน์: ปวดกล้ามเนื้อหลัง (Back strain / Musculotendinous strain)

โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเป็นต้นไป

เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และมักจะหายได้เองใน 1-2 สัปดาห์ แต่อาจเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรังได้

สาเหตุ

มักเกิดจากการทำงานก้ม ๆ เงย ๆ ยกของหนัก เล่นกีฬา นั่ง ยืน นอน ก้มตัวลงหยิบของ หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลังส่วนล่าง กล้ามเนื้อบริเวณนั้นมีอาการแข็งและเกร็งตัว ทำให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง

คนที่อ้วน หรือหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน

อาการ

ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง (ตรงบริเวณกระเบนเหน็บ) ซึ่งอาจเกิดขึ้นฉับพลัน หรือค่อยเป็นทีละน้อย อาการปวดอาจเป็นอยู่ตลอดเวลาหรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า (เช่น การก้มตัว การบิดตัวเอี้ยวตัว) การไอ จาม อาจทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น

โดยทั่วไปผู้ป่วยจะแข็งแรงดี แขนขาขยับได้เป็นปกติ ไม่มีอาการปวดร้าวลงไปที่ขาและไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย

ภาวะแทรกซ้อน

มักไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร นอกจากทำให้ปวดทรมาน เคลื่อนไหวไม่สะดวก ทำงานลำบาก

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการเป็นหลัก

มักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร

บางรายอาจพบอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อหลัง และเมื่อกดกล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะรู้สึกเจ็บ

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. แนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตว่ามีสาเหตุจากอะไร แล้วแก้ไขเสีย เช่น ถ้าปวดหลังตอนตื่นนอน ก็อาจเกิดจากที่นอนนุ่มไปหรือนอนเตียงสปริง ก็แก้ไขโดยนอนบนที่แข็งและเรียบแทน

ถ้าปวดหลังตอนเย็น ก็มักจะเกิดจากการนั่งตัวงอตัวเอียง หรือใส่รองเท้าส้นสูง ก็พยายามนั่งให้ถูกท่า หรือเปลี่ยนเป็นรองเท้าธรรมดาแทน

ถ้าอ้วนไป ควรพยายามลดน้ำหนัก

2. ถ้ามีอาการปวดมาก ให้นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉากสักครู่หนึ่งก็อาจทุเลาได้ หรือจะใช้ยาหม่องหรือน้ำมันระกำทานวด หรือใช้น้ำอุ่นจัด ๆ ประคบก็ได้

ถ้าไม่หายก็ให้ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล, กลุ่มยาต้านอักเสบที่ไมใช่สเตียรอยด์ (เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนก นาโพรเซน)

ผู้ป่วยควรนอนที่นอนแข็ง และหมั่นฝึกกายบริหารให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง

3. ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือมีอาการปวดร้าวลงมาที่ขาหรือชาที่ขา ขาไม่มีแรง หรือน้ำหนักลด อาจเกิดจากสาเหตุอื่น อาจต้องเอกซเรย์และ/หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ (ตรวจอาการปวดหลัง)

ในกรณีที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง โดยตรวจไม่พบสาเหตุชัดเจน อาจมีสาเหตุจากภาวะวิตกกังวล ความเครียดหรือซึมเศร้า ถ้าผู้ป่วยมีประวัติอาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ ก็จะให้การรักษาภาวะเหล่านี้ร่วมด้วย (ดู "โรควิตกกังวล/โรคกังวลทั่วไป" หรือ "โรคอารมณ์แปรปรวน/โรคซึมเศร้า" เพิ่มเติม)

การดูแลตนเอง

ถ้ามีอาการปวดยอกกล้ามเนื้อหลังเวลาบิดเอี้ยวตัว ก้มตัว หรือหลังตื่นนอน โดยไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    ถ้ามีอาการปวดมาก หรือขยับตัวทำให้กล้ามเนื้อหลังเกร็งตัวและปวด ควรนอนพักในท่านอนหงายบนที่นอนแข็งตลอดเวลา เวลาลุกนั่งกินอาหารและเดินเข้าห้องน้ำควรมีคนช่วยพยุงจนกว่าอาการจะทุเลา
    บริหารกล้ามเนื้อหลัง เช่น นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉาก (ดู "ท่าบริหารขณะมีอาการปวดหลัง" ในหัวข้อ "การรักษาโดยแพทย์" ด้านบน)
    ใช้น้ำอุ่นจัด ๆ ประคบ
    ใช้ยาหม่องหรือน้ำมันระกำทานวด     
    ถ้าปวดมากกินยาแก้ปวด-พาราเซตามอล*

ควรปรึกษาแพทย์ ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการปวดร้าวแบบเสียว ๆ หรือชา ๆ มาที่ขา 1-2 ข้าง
    ขาอ่อนแรง หรือเดินลำบาก
    มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่นหรือเป็นสีแดง หรือน้ำหนักลด
    ปวดหลังรุนแรง หรือมีอาการปวดตลอดเวลาจนขยับตัวไม่ได้
    ดูแลตนเอง 2-3 วันแล้วไม่ทุเลา หรือเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย
    มีประวัติการแพ้ยา เป็นสตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือผู้มีโรคตับ โรคไต หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่มีการใช้ยา หรือแพทย์นัดติดตามการรักษาอยู่เป็นประจำ
    กินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ
    มีความวิตกกังวลหรือไม่มั่นใจที่จะดูแลตนเอง

*เพื่อความปลอดภัย ควรขอคำแนะนำวิธีและขนาดยาที่ใช้ ผลข้างเคียงของยา และข้อควรระวังในการใช้ยา จากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะการใช้ยาในเด็ก สตรีที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวหรือมีการใช้ยาบางชนิดที่แพทย์สั่งใช้อยู่เป็นประจำ

การป้องกัน

1. ระวังรักษาอิริยาบถ (ท่านอน ท่านั่ง ท่ายืน ท่ายกของ) ให้ถูกต้อง

2. หมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ (ดู "ท่าบริหารเพื่อป้องกันอาการปวดหลัง" ในหัวข้อ "การรักษาโดยแพทย์" ด้านบน)

3. ออกกำลังกายเป็นประจำ และบริหารร่างกายก่อนและหลังออกกำลังกาย

4. หลีกเลี่ยงการนอนบนที่นอนนุ่มเกินไป

5. หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป

6. ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกินหรืออ้วน

ข้อแนะนำ

1. อาการปวดยอกกล้ามเนื้อหลังแบบนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป ทั้งในหมู่คนที่ใช้แรงงาน ยกหรือแบกของหนัก และในหมู่คนที่ทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆ หรือมีการเคลื่อนไหวในอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งบางคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคไต โรคกษัย และซื้อยาชุด ยาแก้กษัย หรือยาแก้โรคไตกินอย่างผิด ๆ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดโทษได้

โดยทั่วไปอาการปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้อมักจะปวดตรงกลางหลัง (บริเวณกระเบนเหน็บ) ส่วนโรคไตมักจะปวดที่สีข้าง (มักเป็นเพียงข้างเดียว) และอาจมีไข้สูง หนาวสั่น หรือปัสสาวะขุ่นหรือแดงร่วมด้วย

2. ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง หากสังเกตว่ามีอาการปวดร้าวลงมาที่ขาแบบเสียว ๆ ชา ๆ ข้างหนึ่งข้างใดหรือทั้งสองข้าง ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการปวดตามประสาทขาเนื่องจากรากประสาทถูกกด

3. ผู้ที่มีอายุ 10-30 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชาย หากมีอาการปวดหลังเรื้อรังทุกวันนานเกิน 3 เดือน ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเป็นโรคข้อสันหลังอักเสบเรื้อรัง มากกว่าอาการปวดกล้ามเนื้อหลังหรือปวดยอกหลัง

7
คอนโดติดรถไฟฟ้า คิววัน สุขุมวิท ( Q1 Sukhumvit)
เริ่มต้น 30 ลบ. - 170 ลบ.

คิววัน สุขุมวิท ( Q1 Sukhumvit)
แลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางเมือง เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต ด้วยทางเชื่อมส่วนตัวแบบเอ็กคลูซีฟจากตัวอาคารสู่สถานี บีทีเอส นานา แวดล้อมด้วยสถานที่อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาว ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ สถานศึกษา และโรงพยาบาลชั้นนำ

 รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ         คิววัน สุขุมวิท ( Q1 Sukhumvit)
 เจ้าของโครงการ      ควอลิตี้เฮ้าส์
 ราคา             เริ่มต้น 30 ลบ. - 170 ลบ.

 ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.   โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ลักษณะทำเล        คอนโดใกล้ขนส่งสาธารณะ
 ความสูงคอนโด       High Rise (9 ชั้นขึ้นไป)
 ลักษณะกรรมสิทธิ์    โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ประเภทห้องที่มี      2 ห้องนอน, 3 ห้องนอน, Penthouse
 ขนาดห้องที่มี       ตั้งแต่ 92.00 ถึง 343.01 ตร.ม.
 เนื้อที่ทั้งหมด       3 ไร่ 1 งาน 68 ตร.ว.
 จำนวนตึก         1 อาคาร
 จำนวนชั้น        42 ชั้น
 จำนวนห้อง       273 ยูนิต
 ที่จอดรถทั้งหมด   645 คัน / 236 % (Fix ที่จอดรถส่วนตัว)
 ค่าบำรุงส่วนกลาง  โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค    สระว่ายน้ำ

 สถานที่ใกล้เคียง
 โซน    คลองเตย
 ที่ตั้ง    เลขที่ 1 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

 ขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า:       ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม, สถานีหมอชิต - แบริ่ง(นานา)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
สยามพารากอน
เซ็นทรัลเวิลด์
เกษรวิลเลจ
เซ็นทรัลชิดลม
เซ็นทรัลเอ็มบาสซี
เทอร์มินอล 21
เอ็มควอเทียร์
เอ็มโพเรียม
โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย
โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย
NIST International School
Srinakharinwirot University Prasarnmit Demonstration School
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

8
วัดดงไม้งามอายุ 100 ปี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เชิญชวนใส่ชุดขาวชาย ปฏิบัติธรรมถือศีลแปดเจาะลึกถึงหลักธรรมสำคัญของพระธรรม

วัดดงไม้งามมีอายุประมาณ 100 ปี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 วัดนี้มีสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ที่สวยงามมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอุโบสถที่เป็นอาคารสองชั้นที่มีหลังคาทรงจั่วและมีการตกแต่งด้วยลวดลายไทยที่สวยงามใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดดงไม้งามในพื้นที่อันเงียบสงบของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นอัญมณีที่ซ่อนเร้น

ซึ่งมอบสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมและเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของตนเอง วัดแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและสวยงาม จึงเป็นสถานที่ในอุดมคติสำหรับการทำสมาธิและการไตร่ตรอง วัดดงไม้งามยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่สวยงามและมีขนาดใหญ่ พระเจดีย์ที่สูงและมีรูปทรงที่สวยงามและสวนหย่อมที่ร่มรื่นและสวยงาม วัดดงไม้งามเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวชมและพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดหรือวันหยุดยาว

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์
วัดดงไม้งาม หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดดงไม้งาม มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษ เป็นสถานที่ที่ทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างมารวมตัวกันเพื่อแสดงความเคารพและแสวงหาคำแนะนำผ่านคำสอนของพุทธศาสนา วัดแห่งนี้ประดับประดาด้วยจิตรกรรมฝาผนังและรูปปั้นที่สวยงามซึ่งแสดงถึงบุคคลสำคัญและเรื่องราวทางพุทธศาสนา สร้างความประทับใจด้วยภาพที่สวยงามซึ่งเสริมบรรยากาศทางจิตวิญญาณ

การปฏิบัติธรรม
ที่วัดดงไม้งาม ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าร่วมการปฏิบัติธรรมต่างๆ ได้ วัดแห่งนี้มักจัดให้มีการนั่งสมาธิโดยมีพระภิกษุผู้มีประสบการณ์เป็นผู้นำเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เข้าใจถึงสติและความสงบอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น การนั่งสมาธิเหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ปฏิบัติธรรมทุกระดับ ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงผู้ที่มีประสบการณ์มากขึ้น

นอกจากการทำสมาธิแล้ว วัดยังส่งเสริมการสอนหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าร่วมฟังธรรมเทศนาและการอภิปรายที่เจาะลึกถึงหลักธรรมสำคัญของพระธรรม เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในปรัชญาพุทธมากขึ้น และวิธีนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ธรรมชาติรอบข้าง
ความงามตามธรรมชาติที่รายล้อมวัดดงไม้งามยิ่งเพิ่มความน่าดึงดูดใจให้กับวัดแห่งนี้ ต้นไม้เขียวชอุ่มและเสียงธรรมชาติอันไพเราะสร้างฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับการไตร่ตรองและทำสมาธิ สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบเชิญชวนให้ผู้เยี่ยมชมเดินสำรวจเส้นทางเดินเพื่อไตร่ตรองความคิดของตนเองในขณะที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

การมีส่วนร่วมในชุมชน
จุดเด่นประการหนึ่งของวัดดงไม้งามคือความรู้สึกผูกพันต่อชุมชนอย่างเหนียวแน่น วัดมักจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ซึ่งช่วยส่งเสริมจิตวิญญาณแห่งความสามัคคีและการสนับสนุน การมีส่วนร่วมในบริการชุมชนหรือเข้าร่วมกิจกรรมของวัดสามารถเพิ่มพูนประสบการณ์ของตนเองและเปิดโอกาสให้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้อื่น

การไปเยี่ยมชมวัดดงไม้งามนั้นไม่เพียงแต่เป็นการไปเยี่ยมชมสถานที่ทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำหรับการเติบโตทางจิตวิญญาณและการพัฒนาตนเองอีกด้วย ไม่ว่าคุณกำลังมองหาสถานที่เงียบสงบสำหรับการทำสมาธิ ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักคำสอนของพุทธศาสนา หรือเพียงแค่ต้องการดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติ วัดแห่งนี้ก็มีบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง การไปเยี่ยมชมวัดดงไม้งามจะทำให้คุณรู้สึกสงบและซาบซึ้งในการปฏิบัติธรรมมากยิ่งขึ้น

9
วัดน้ำเชี่ยวเป็นวัดที่เงียบสงบ เหมาะใส่ชุดขาวปฏิบัติธรรมแบบพุทธละวางความยึดติด

วัดน้ำเชี่ยวตั้งอยู่ในจังหวัดตราดซึ่งเป็นจังหวัดที่เงียบสงบเหมาะแก่การหลีกหนีจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน วัดแห่งนี้รายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและบรรยากาศที่สงบเงียบเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรม พัฒนาความสงบภายในและดื่มด่ำกับการปฏิบัติธรรมแบบพุทธใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดน้ำเชี่ยวตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม

โดยมีฉากหลังเป็นต้นไม้และพืชพรรณท้องถิ่นที่เงียบสงบ บรรยากาศที่เปิดโล่งสดชื่นช่วยสร้างความสงบ ชวนให้ผู้มาเยี่ยมชมตัดขาดจากสิ่งรบกวนภายนอกและมุ่งความสนใจไปที่ปัจจุบัน สถาปัตยกรรมของวัดและทิวทัศน์รอบข้างที่เรียบง่ายช่วยสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบเป็นธรรมชาติ เหมาะแก่การทำสมาธิและการไตร่ตรองส่วนตัว

การปฏิบัติธรรม: การเจริญสติและความเมตตา
การปฏิบัติธรรมที่วัดน้ำเชี่ยวประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อให้มีความตระหนักรู้และเข้าใจคำสอนของพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น วัดมักจัดให้มีการนั่งสมาธิโดยมีพระภิกษุผู้มีประสบการณ์เป็นผู้นำ ซึ่งจะคอยแนะนำผู้เข้าร่วมในการสงบจิตใจและสังเกตความคิดโดยไม่ตัดสิน กิจกรรมเหล่านี้มักประกอบด้วย:

การนั่งสมาธิและการเดินสมาธิ:การสลับระหว่างการนั่งสมาธิและการเดินสมาธิอย่างมีสติ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมมีความตระหนักรู้ถึงการมีอยู่ทางร่างกายของตนเอง และมีสมาธิที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ธรรมเทศนา:ธรรมเทศนาของพระสงฆ์ในวัดจะให้ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาพุทธ โดยมุ่งเน้นที่แนวคิดเช่น ความเมตตา วินัยในตนเอง และการละวางความยึดติด
การสวดมนต์และการไตร่ตรอง:การสวดมนต์ในตอนเช้าและตอนเย็นเป็นโอกาสในการบูชาและไตร่ตรองทางจิตวิญญาณร่วมกัน ส่งเสริมความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชนและคำสอนของชาวพุทธ
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
สำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมอย่างเต็มตัว วัดน้ำเชี่ยวมีที่พักพื้นฐานไว้ให้บริการ ผู้มาเยี่ยมชมจะได้รับการสนับสนุนให้ใช้ชีวิตเรียบง่ายตลอดระยะเวลาที่เข้าพัก โดยเน้นที่การทบทวนตนเองและการเติบโตทางจิตวิญญาณ วัดจัดเตรียมอาหารพื้นฐานที่ปรุงตามแนวทางของพุทธศาสนา เพื่อสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพสำหรับการทำสมาธิและปฏิบัติธรรม

การเยี่ยมชมวัด: การเดินทางแห่งความสงบภายใน
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือเคยมีประสบการณ์ในการทำสมาธิมาก่อน วัดน้ำเชี่ยวก็เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และเติบโตได้ หากต้องการเยี่ยมชม ควรแต่งกายสุภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำของวัด โดยให้ความเคารพต่อพระสงฆ์ในท้องถิ่นและผู้ปฏิบัติธรรมคนอื่นๆ

เคล็ดลับปฏิบัติสำหรับการเยี่ยมเยือนที่มีความหมาย
มาถึงแต่เช้า:ช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบเป็นพิเศษ ช่วยให้คุณเพลิดเพลินไปกับบริเวณวัดอันเงียบสงบก่อนที่จะเริ่มเซสชั่นการนั่งสมาธิ
มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่:มีส่วนร่วมในกิจกรรมและเปิดใจรับคำสอนเพื่อประสบการณ์ที่ดื่มด่ำอย่างแท้จริง
เคารพประเพณีท้องถิ่น:การปฏิบัติตามมารยาทในวัด เช่น การพูดจาเบาๆ และการแต่งกายให้เกียรติ จะช่วยสร้างบรรยากาศให้กับทุกคน
วัดน้ำเชี่ยวในจังหวัดตราดไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางสู่การมีสติ ความสงบ และการค้นพบตัวเองอีกด้วย

10
โปรโมชั่นแท็บเล็ต OPPO Pad Neo มาแรง ยอดขายเติบโตถึง 205% ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เริ่มวางจำหน่าย!

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ “OPPO Pad Neo” เปิดตัวแรง กระแสตอบรับดีเยี่ยมกวาดยอดขายพุ่งสูงขึ้นถึง 205% ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เริ่มวางจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 23 - 29 มกราคม 2567 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน เปิดตัวแรง ยอดขายพุ่งกระฉูด! OPPO Pad Neo แท็บเล็ตรุ่นใหม่ให้จอยทุกความสนุกเหนือระดับ จัดเต็มทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 11.4 นิ้ว และลำโพง 4 ตัว ในราคา 10,990 บาท ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาดทั้งจากสื่อมวลชน ลูกค้าและตัวแทนจำหน่ายหลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยวางจำหน่ายในราคา 10,990 บาท เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

OPPO Pad Neo แท็บเล็ตทรงพลัง จัดเต็มทุกอรรถรสภาพและเสียงด้วยหน้าจอใหญ่และระบบลำโพงคุณภาพสูง มาพร้อมหน้าจอแสดงผลถนอมสายตา 2.4K ขนาดใหญ่ถึง 11.4 นิ้วตัวแรกในอุตสาหกรรมให้ความละเอียดสูง ในขณะที่ปล่อยแสงสีฟ้าต่ำทำให้สามารถอ่านหรือรับชมเนื้อหาได้อย่างสบายตา แสดงผลภาพในอัตราส่วนภาพ 7:5 ขนาดคล้ายกับหน้าจอ PC, กระดาษ A4 หรือหนังสือ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้นเคย

โดยไม่ต้องปรับขนาดเนื้อหาด้วยตนเองอีกต่อไป เมื่อดูในด้านดีไซน์ OPPO Pad Neo ให้ความรู้สึกเรียบหรูด้วยสีเทา (Space Grey) ตัวเครื่องเพรียวบาง โดยมีความบางเพียง 6.89 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 538 กรัม ทำให้สามารถพกพาสะดวกตลอดวัน ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือดูหนังบน OPPO Pad Neo ก็เต็มอรรถรสจุใจด้วยลำโพงสเตอริโอ 4 ตัวมาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos® มอบประสบการณ์เสียงหลายมิติสมจริงรอบด้านและรองรับเสียง Hi-Res จอยไปกับความบันเทิงตลอดวันอย่างไร้กังวลด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 8,000mAh รองรับการชาร์จไว 33W SUPERVOOC

พร้อมเชื่อมต่อได้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น สามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันข้ามอุปกรณ์ได้อย่างลื่นไหลเหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบันด้วยระบบ Auto Connect โดยเมื่อวาง OPPO Pad Neo ไว้ใกล้กับโทรศัพท์ที่รองรับและลงชื่อเข้าใช้บัญชี OPPO เดียวกัน อุปกรณ์ที่ใช้ Bluetooth ทั้งสองเครื่องจะสามารถเชื่อมต่อได้โดยอัตโนมัติ และเปิดชุดฟีเจอร์ข้ามอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่น รวมถึงยังรองรับซิมการ์ดและไวไฟ และยังสามารถแชร์ไวไฟฮอตสปอตให้เครื่องอื่นได้ ในขณะที่กินพลังงานน้อยลงผ่าน Communication Sharing โดย OPPO Pad Neo มาในสีเทา (Space Grey) วางจำหน่ายในราคา 10,990 บาท

เป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้กับแท็บเล็ตใหม่ล่าสุด OPPO Pad Neo ราคา 10,990 บาท ที่ OPPO Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

11
บริการด้านอาหาร: อาหารที่มีสังกะสีสูง เลือกรับประทานอย่างไรให้พอดี

สังกะสีหรือซิงค์ (Zinc) เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญ แต่ร่างกายไม่สามารถผลิตหรือกักเก็บไว้ได้ การเลือกรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูงเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้เราได้รับแร่ธาตุชนิดนี้อย่างเพียงพอในแต่ละวัน

สังกะสีมีส่วนสำคัญในกระบวนการทำงานของร่างกายหลายด้าน เช่น ระบบย่อยอาหาร กระบวนการเผาผลาญพลังงาน กระบวนการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก การแบ่งตัวของเซลล์ ไปจนถึงช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว เส้นประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน และยังเป็นส่วนประกอบสำคัญของเอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกาย

แหล่งอาหารที่มีสังกะสีสูง

4 ชนิดอาหารที่เป็นแหล่งของสังกะสี และสามารถหารับประทานได้ง่าย เช่น

1. หอยนางรม

หอยนางรมเป็นอาหารที่มีสังกะสีสูงเป็นพิเศษ โดยหอยนางรมที่ปรุงสุกในปริมาณ 85 กรัม จะให้สังกะสีประมาณ 74 มิลลิกรัม นอกจากนี้ หอยนางรมยังอุดมไปด้วยสารอาหารดี ๆ อีกมากมาย เช่น วิตามินบี 12 ซีลีเนียม โปรตีน ธาตุเหล็ก กรดไขมันโอเมก้า 3 และยังมีแคลอรี่ที่ไม่สูงมากหรือประมาณ 79 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม

อย่างไรก็ตาม ควรปรุงหอยนางรมให้สุกดีก่อนรับประทานทุกครั้ง โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะหอยนางรมเป็นอาหารที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และสารอันตรายต่าง ๆ ได้ง่าย ซึ่งอาจส่งผลให้คนที่รับประทานเกิดอาหารเป็นพิษ หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

2. สัตว์เนื้อแดง

สัตว์เนื้อแดง เช่น เนื้อหมูหรือเนื้อวัว เป็นอาหารที่พบสังกะสีได้มาก และยังมีสารอาหารจำเป็นอื่น ๆ ทั้งโปรตีน วิตามินบี ธาตุเหล็ก และครีเอทีน (Creatine)

โดยเนื้อวัวปริมาณ 100 กรัม จะให้สังกะสีประมาณ 4.8 มิลลิกรัม ส่วนเนื้อหมูปริมาณ 100 กรัม จะให้สังกะสีประมาณ 3.56 มิลลิกรัม ซึ่งปริมาณสังกะสีอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ส่วนของเนื้อที่นำมาทำอาหาร หรือวิธีการปรุงอาหาร

อย่างไรก็ตาม สัตว์เนื้อแดงจะมีไขมันอิ่มตัวที่ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่ด้วย โดยอาจส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ คนที่รับประทานสัตว์เนื้อแดงเป็นประจำจึงควรจำกัดปริมาณให้พอดี และเลือกรับประทานสังกะสีจากแหล่งอาหารอื่นควบคู่ไปด้วย

3. พืชตระกูลถั่ว

พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วลูกไก่ ถั่วเลนทิล เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วแระญี่ปุ่น เป็นอาหารที่มีสังกะสีเช่นกัน เหมาะกับคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์หรือรับประทานมังสวิรัติ

โดยปริมาณสังกะสีในถั่วจะแตกต่างกันไปตามกระบวนการปรุงและชนิดของถั่ว เช่น ถั่วลูกไก่ให้สังกะสีอยู่ที่ประมาณ 0.5–1.5 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม หรือถั่วเลนทิลอยู่ที่ประมาณ 1.2–1.6 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารในกลุ่มนี้อาจให้สังกะสีในปริมาณที่ไม่มากเท่ากับการรับประทานเนื้อสัตว์ เนื่องจากพืชตระกูลถั่วเป็นพืชที่มีสารไฟเตต (Phytates) อยู่ด้วย ซึ่งสารชนิดนี้เป็นสารที่อาจส่งผลให้ร่างกายดูดซึมสังกะสี และแร่ธาตุต่าง ๆ ได้น้อยลง

4. ธัญพืชเต็มเมล็ด หรือโฮลเกรน (Whole Grains)

ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ควินัว ข้าวสาลี หรือข้าวโอ๊ต เป็นอาหารที่มีทั้งสังกะสี ไฟเบอร์ วิตามินบี และแร่ธาตุต่าง ๆ

โดยปริมาณของสังกะสีจะแตกต่างกันไปตามชนิดของธัญพืช เช่น ควินัวจะให้สังกะสีประมาณ 1 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม หรือแป้งข้าวสาลีจะให้สังกะสีประมาณ 3 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม อย่างไรก็ตาม ธัญพืชเต็มเมล็ดก็เป็นอีกกลุ่มอาหารหนึ่งที่มีสารไฟเตตอยู่ด้วย

นอกจากอาหาร 4 ชนิดนี้แล้ว สังกะสียังพบได้ในอาหารชนิดอื่น ๆ เช่น กุ้ง หอยแมลงภู่ ปู ไข่ไก่ เห็ด นม โยเกิร์ต ชีส ผักเคล บรอกโคลี และกระเทียม เป็นต้น
อาหารที่มีสังกะสีสูง รับประทานมากไปเป็นอันตรายหรือไม่

แม้ว่าสังกะสีจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่การรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูงในปริมาณที่มากจนเกินพอดีอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้น การรับประทานสังกะสีที่มากเกินไปมักส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดศีรษะ และเบื่ออาหาร

ในกรณีที่ได้รับสังกะสีในปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้ร่างกายเริ่มเกิดภาวะผิดปกติบางอย่าง เช่น ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันลดลง ธาตุเหล็กในร่างกายทำงานผิดปกติ ระดับคอเลสเตอรรอลชนิดดี (High–Density Lipoprotein: HDL) ลดลง และระดับทองแดงในร่างกายลดลง

จะเห็นได้ว่าการรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูงในปริมาณที่พอเหมาะถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยวัยผู้ใหญ่ควรได้รับสังกะสีประมาณ 11.6 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ชาย และผู้หญิงจะอยู่ที่ประมาณ 9.7 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรอาจต้องเพิ่มปริมาณการบริโภคสังกะสีเล็กน้อย โดยผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ให้รับประทานตามช่วงอายุด้านบน และเพิ่มอีก 1.6 มิลลิกรัมต่อวัน และผู้หญิงที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ให้รับประทานตามช่วงอายุด้านบน และเพิ่มอีก 2.9 มิลลิกรัม/วัน

หากเป็นเด็กให้รับประทานตามช่วงอายุ ดังนี้

    ทารกอายุ 0–5 เดือน ให้ดื่มจากน้ำนมแม่
    ทารกอายุ 6–11 เดือน ให้รับประทานสังกะสีประมาณวันละ 2.7 มิลลิกรัม
    เด็กที่อยู่อายุ 1–8 ปี ให้รับประทานสังกะสีประมาณวันละ 4.4–6.3 มิลลิกรัม
    เด็กผู้ชายอายุ 9–18 ปี ให้รับประทานสังกะสีประมาณวันละ 9.5–12.9 มิลลิกรัม
    เด็กผู้หญิงอายุ 9–18 ปี ให้รับประทานสังกะสีประมาณวันละ 9.0–9.8 มิลลิกรัม

ในกรณีที่ไม่สะดวกเลือกรับประทานอาหารที่มีสังกะสีสูง หรือคาดว่าได้รับสังกะสีไม่เพียงพอ การรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสังกะสีเป็นอีกทางเลือกที่อาจช่วยได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อมารับประทานเสมอ โดยเฉพาะคนที่กำลังใช้ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide Diuretics) หรือยาเพนิซิลลามีน (Penicillamine) เพราะสังกะสีอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาบางชนิดลดลง

12
โรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (Pleuritis/Pleurisy)

เยื่อหุ้มปอดอักเสบ หมายถึง การอักเสบของเนื้อเยื่อที่อยู่รอบ ๆ เนื้อปอด (pleura) ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ และมีความรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันไป ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการที่เด่นชัดคือ เจ็บแปลบที่บริเวณหน้าอก (ตรงตำแหน่งที่เยื่อหุ้มปอดอักเสบ) คล้ายเข็มแทงเฉพาะเวลาหายใจเข้าลึก ๆ ไอหรือจาม ทั้งนี้เนื่องจากมีการยืดตัวของเยื่อหุ้มปอดที่กำลังอักเสบ เราเรียกอาการเจ็บหน้าอกในลักษณะนี้ว่า อาการเจ็บหน้าอกจากเยื่อหุ้มปอด (pleuritic pain)

สาเหตุ

เกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น กลุ่มเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อของทางเดินหายใจ (พบในคนหนุ่มสาวที่สุขภาพทั่วไปแข็งแรงดี อาการมักไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 3-5 วัน) ไวรัสกลุ่มค็อกแซกกีบี (coxsackie B virus ทำให้เกิดโรค pleurodynia หรือ Bornholm disease ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง เจ็บหน้าอกนานครั้งละ 15-30 นาที อาจมีอาการหายใจเร็ว มักเป็นอยู่นาน 2-4 วัน)

บางรายอาจเกิดจากปอดอักเสบ วัณโรคปอด มะเร็งปอด ฝีปอด (lung abscess) เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (pericarditis) ซึ่งมีการอักเสบลุกลามมาที่เยื่อหุ้มปอด สาเหตุเหล่านี้จำเป็นต้องส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างรวดเร็ว

บางรายอาจเกิดจากสาเหตุรุนแรง เช่น ภาวะสิ่งหลุดอุดตันหลอดเลือดแดงปอด

นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากภาวะมีน้ำหรือหนองในโพรงเยื่อหุ้มปอด ภาวะปอดทะลุ ฝีตับอะมีบา กระดูกซี่โครงหักตำถูกเยื่อหุ้มปอด เป็นต้น

อาการ

มักมีอาการเจ็บแปลบเพียงชั่วไม่กี่วินาทีตรงหน้าอกซีกใดซีกหนึ่ง เป็นบางครั้งบางคราวเฉพาะเวลาหายใจเข้าลึก ๆ เวลาไอหรือจามถ้ากลั้นลมหายใจหรือหายใจค่อย ๆ จะไม่มีอาการแต่อย่างใด

ถ้าเกิดจากไวรัสที่มีอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยมักมีอาการทั่วไปเป็นปกติดี สามารถทำงานได้ และมักมีอาการเพียง 2-3 วัน (มักไม่เกิน 5 วัน) ก็หายได้เอง

ถ้าเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ อาจมีไข้สูง เจ็บหน้าอกรุนแรงหรือตลอดเวลา เป็นลม หายใจหอบ น้ำหนักลดหรือไอเป็นเลือดร่วมด้วย

ภาวะแทรกซ้อน

ขึ้นกับสาเหตุที่ตรวจพบ

ถ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัส มักไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร

ถ้าเกิดจากปอดอักเสบ วัณโรคปอด มะเร็งปอด ภาวะมีน้ำหรือหนองในโพรงเยื่อหุ้มปอด  ภาวะปอดทะลุ ฝีตับอะมีบา ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเหล่านี้ได้

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกายเป็นหลัก

ในรายที่เป็นไม่รุนแรง การตรวจร่างกายมักไม่พบสิ่งที่ผิดปกติ รวมทั้งการใช้เครื่องฟังตรวจปอดและหัวใจก็เป็นปกติ

ในรายที่มีสาเหตุเกี่ยวกับปอดหรือสาเหตุที่ร้ายแรงอาจตรวจพบอาการอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ไข้สูง หอบ ช็อก ใช้เครื่องฟังตรวจปอดอาจมีเสียงกรอบแกรบ (crepitation) หรือเสียงหายใจค่อยเนื่องจากภาวะมีน้ำหรือหนองในโพรงเยื่อหุ้มปอด เป็นต้น

ในรายที่จำเป็นต้องวินิจฉัยโรคให้แน่ชัด แพทย์จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ปอด ตรวจเลือด ตรวจเสมหะ เป็นต้น

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ถ้าเจ็บแปลบเพียงชั่วไม่กี่วินาทีเป็นครั้งคราว ไม่มีอาการไข้ และหายใจเป็นปกติ แพทย์จะให้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ถ้าไอมากและทำให้เจ็บหน้าอก ให้กินยาระงับการไอทุก 8 ชั่วโมง ถ้าไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน ควรส่งเอกซเรย์และตรวจพิเศษเพิ่มเติมอื่น ๆ

2. ถ้าเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง ช็อก มีไข้สูง ไอเป็นเลือด น้ำหนักลด หายใจหอบเหนื่อยหรือแน่นอึดอัด ใช้เครื่องฟังตรวจปอดมีเสียงกรอบแกรบ หรือเสียงหายใจค่อย แพทย์จะรับตัวไว้ในโรงพยาบาลทำการตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด และให้การรักษาไปตามสาเหตุที่พบ

ผลการรักษา ขึ้นกับโรคต้นเหตุ ซึ่งมีความร้ายแรงแตกต่างกัน ส่วนใหญ่หากได้รับการรักษาตั้งแต่มีอาการระยะแรก ก็มักจะปลอดภัย หรือหายเป็นปกติได้ แต่ถ้าได้รับการรักษาที่ล่าช้า หรือเกิดจากภาวะร้ายแรง การรักษาก็จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร หรืออาจเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้

การดูแลตนเอง

หากมีอาการเจ็บแปลบเวลาหายใจเข้าลึก ๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ รักษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินที่บ้าน ถ้ากินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา (เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ) ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด

การป้องกัน

ให้การป้องกันตามโรคที่เป็นสาเหตุ เช่น ปอดอักเสบ วัณโรคปอด มะเร็งปอด เป็นต้น

ข้อแนะนำ

1. เยื่อหุ้มปอดอักเสบมีสาเหตุและความรุนแรงต่าง ๆ กัน แพทย์จำเป็นต้องซักถามอาการและตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะวินิจฉัยว่าเป็นภาวะที่ไม่รุนแรงและให้การรักษาตามอาการ และทำการติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ถ้าไม่ดีขึ้นหรือสงสัยมีความผิดปกติก็จำเป็นต้องส่งตรวจพิเศษเพิ่มเติม

2. อาการเจ็บแปลบที่หน้าอกเวลาหายใจเข้าลึก ๆ ไอหรือจาม นอกจากเยื่อหุ้มปอดอักเสบแล้ว ยังอาจเกิดจากภาวะกระดูกซี่โครงหัก (มักมีประวัติได้รับบาดเจ็บ) หรืออาการเจ็บกล้ามเนื้อหรือกระดูกบริเวณหน้าอก ผู้ป่วยกลุ่มนี้เวลาเอี้ยวตัว หรือกดถูกบริเวณที่ปวดจะมีอาการเจ็บมากขึ้น ถ้าให้การรักษาด้วยยาบรรเทาปวด หรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์แล้วไม่ดีขึ้นใน 7 วัน หรือเจ็บรุนแรง หรือสงสัยเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ก็จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัด

13
เตรียมพร้อมสุขภาพฟัน ก่อนเข้ารับการจัดฟันเด็ก

ในปัจจุบันเด็กหลายคนมีปัญหาในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน เนื่องจากละเลยในการทำความสะอาดช่องปากและฟันและบวกกับการที่เด็กชอบรับประทานของหวาน น้ำอัดลมหรือขนมต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุ การเกิดฟันผุเป็นปัญหาที่มักพบได้บ่อยและส่งผลทำให้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ โดนล้อ หรือแม้กระทั่งทำให้รับประทานอาหารได้ไม่เต็มที่ ผลกระทบของโรคฟันผุในเด็กสามารถส่งผลต่อสุขภาพร่างกายได้ในอนาคต เพราะการที่มีฟันน้ำนมผุจะทำให้รู้สึกปวด บดเคี้ยวอาหารไม่ได้และร่างกายจะได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตอีกทั้ง

อาการปวดฟันยังส่งผลทำให้เด็กนอนไม่หลับและทำให้เรียนรู้ช้า สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและยังสามารถขัดขวางในเรื่องของพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์และสติปัญญาได้อีกด้วย ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันและควรปลูกฝังให้เด็กตระหนักถึงปัญหาของสุขภาพช่องปากและฟันตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้เด็กได้เติบโตไปมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีหรือถ้าผู้ปกครองท่านใดสนใจที่อยากจะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆเพราะการที่เด็กเข้ารับการจัดฟันก็จะช่วยทำให้ปลูกฝังในเรื่องของการดูแลช่องปากและฟันไปในตัวและยังช่วยทำให้เด็กมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด ที่กำลังตัดสินใจว่าจะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กหรือไม่ เพราะอาจจะกังวลในข้อจำกัดหลายๆอย่างและไม่ทราบว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กในวันนี้ทางคลินิก ของเราจะมาพูดถึงวิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ปกครองได้ปฏิบัติตัวและให้เด็กได้เตรียมความพร้อม สำหรับการรักษาด้วยการจัดฟันในเด็ก สำหรับวิธีการเตรียมตัวของพ่อแม่ผู้ปกครอง สิ่งสำคัญเลยก็คือควรพูดทำความเข้าใจกับบุตรหลานของท่านให้เข้าใจว่า เหตุใดเด็กจะต้องเข้ารับการจัดฟัน เพื่อให้บุตรหลานของท่านได้เข้าใจก่อนเข้ารับการรักษา เพราะเด็กหลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าพบทันตแพทย์เพราะ กลัวเจ็บหรือรู้สึกเขินอาย

ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรสร้างทัศนคติที่ดีในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพฟันให้แก่บุตรหลาน สำหรับวิธีการเตรียมตัวก่อนเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ในขั้นแรกที่เรากล่าวไปแล้วก็คือพ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะสร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้กับบุตรหลานของท่าน ต่อมาก่อนการเข้ารับการจัดฟันเด็กจะต้องทำความสะอาดช่องปากและฟันก่อนเข้าตรวจกับทันตแพทย์ ในข้อนี้เด็กจะต้องมีความร่วมมือในการรักษากับทันตแพทย์ด้วย ต่อมาถึงขั้นตอนของการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กเพื่อให้ทันตแพทย์ได้วางแผนการรักษาที่เหมาะสม โดยอาจจะมีพ่อแม่ผู้ปกครองร่วมพูดคุยด้วย หลังจากพูดคุยเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ถึงขั้นตอนการวางแผนการรักษาและการออกแบบ

เครื่องมือการจัดฟันให้เหมาะสมกับเด็ก นี่ก็คือวิธีการเตรียมพร้อมก่อนเข้ารับ จัดฟันในเด็กส่วนในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะต้องเตรียมในการจัดฟัน ในข้อนี้ต้องอธิบายก่อนว่าราคาของการจัดฟันในแต่ละแบบและแต่ละสถานที่จะมีความแตกต่างกันออกไป โดยจะขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ รวมกับปัญหาของสุขภาพช่องปากและฟันด้วย ดังนั้น ในเรื่องของค่าใช้จ่ายพ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา หรือเงื่อนไขและเตรียมความพร้อมก่อนพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็กเพื่อที่จะได้เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด

หากพ่อแม่ท่านใดอยากพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการจัดฟันในเด็ก รวมไปถึงมีประสบการณ์ทางด้านทันตกรรมของเด็กจึงทำให้มีการรักษาได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัยและเหมาะสมมากที่สุด เพราะทางคลินิกของเราอยากให้เด็กทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อที่จะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรงสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

14
จัดฟันเด็ก แก้ไขอาการฟันแท้หายได้อย่างไร

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กมีฟันน้ำนมผุ มาจากการดูแลเอาใจใส่ของครอบครัว การปล่อยให้เด็กนอนหลับคาขวดนม ทำให้น้ำตาลที่อยู่ในนม สามารถเข้าไปทำลายเคลือบฟันของเด็กได้ เพราะคราบจุลินทรีย์จะย่อยน้ำตาลในนมที่ค้างอยู่บนผิวฟัน ทำให้เกิดการสะสมของกรด ละลายผิวฟันเป็นรู ทำให้เกิดปัญหาฟันน้ำนมผุ การรับประทานขนมที่มีน้ำตามเป็นจำนวนมากตามใจชอบ แล้วไม่ยอมแปรงฟันอาจจะทำให้บุตรหลานของท่านมีปัญหาในเรื่องของฟันผุอย่างแน่นอน นอกจากนี้พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคน มักมีความเชื่อผิดๆ ว่า เดี๋ยวฟันน้ำนมก็ต้องหลุดไป มีฟันแท้มาแทนที่ จึงไม่ได้ใส่ใจการรับประทานขนมและการแปรงฟันของลูกมากนัก และลูกก็ยังไม่สามารถทำความสะอาดฟันอย่างมีประสิทธิภาพได้ด้วยตัวเอง

จึงทำให้ฟันผุได้ง่ายและนำไปสู่การสูญเสียฟัน ซึ่งการที่เด็กสูญเสียฟันแท้เร็วกว่าเวลาอันควรจะทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาฟันแท้หายได้ ซึ่งมีผลมาจากการที่เด็กเกิดฟันผุจนทำให้เกิดการสูญเสียฟัน ซึ่งทำให้ฐานของฟันแม้ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเด็กที่มีปัญหาในเรื่องดังกล่าว อาจจะเข้ารับการรักษาด้วยการเข้ารับการจัดฟันในเด็ก เพื่อทำการดึงฟันแท้ที่หายไปให้ขึ้นมาตามปกติ วันนี้ทางคลินิกของเราจะมาพูดถึงการจัดฟันในเด็กที่ช่วยแก้ไขปัญหาอาการฟันหายให้กลับมาเรียงตัวอย่างสวยงามได้อีกครั้ง และยังสามารถทำให้เด็กได้มีรอยยิ้มที่สดใสสมวัยและรับประทานอาหารได้เต็มที่โดยไม่มีอุปสรรค

 ก่อนอื่น พ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับการดูแลรักษาความสะอาดของฟันของเด็กให้มาก เพื่อที่เด็กจะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องของช่องปากและฟันในอนาคต แต่ถ้าหากพบว่าฟันแท้ของเด็กยังไม่ยอมขึ้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานเข้าพบทันตแพทย์จัดฟัน เพราะการที่เด็กฟันแท้หายอาจต้องใช้วิธีการจัดฟันเพื่อดึงฟันฝังที่อยู่ภายในเหงือกออกมา โดยทันตแพทย์จะทำการผ่าตัดเล็ก เพื่อเปิดให้เห็นฟันซี่ที่ฝังอยู่ จากนั้นจะติดเครื่องมือที่ฟันซี่ดังกล่าว เพื่อดึงฟันฝังให้โผล่ขึ้นในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งในการรักษาในรูปแบบนี้ ทันตแพทย์จะทำการเปิดเหงือกโดยใช้การผ่าตัดเล็ก เพื่อให้เห็นฟันฝัง

จากนั้นเครื่องมือจัดฟันจะถูกติดที่ฟันฝังซี่ดังกล่าว โดยมีลวดโลหะผูกติดบนแบร็กเก็ต โดยเหงือกจะถูกปิดลงที่เดิม ในบางกรณี อาจเปิดเหงือกทิ้งไว้เล็กน้อย เพื่อให้เห็นฟันฝัง แต่ส่วนใหญ่แล้วเหงือกจะถูกปิดหมด เหลือไว้แต่ลวดโลหะเส้นเล็กๆ โผล่ออกมาเท่านั้น หลังที่ผ่าตัดแล้ว ทันตแพทย์จัดฟันจะเริ่มให้แรง เพื่อเคลื่อนฟันฝังให้โผล่ขึ้นมา ในตำแหน่งที่ต้องการ ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาเป็นปี หรือนานกว่านั้น กว่าที่ฟันฝังจะเคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ส่วนระยะเวลาทั้งหมดที่ใช้จัดฟันนั้น ก็จะอยู่ประมาณ 2-4 ปี หรือนานกว่า เหมือนการจัดฟันทั่วไป สำหรับการจัดฟันเพื่อดึงฟันฝัง ก็เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ได้พอเข้าใจขั้นตอน และวิธีการรักษา ซึ่งไม่ได้ยุ่งยาก หรือน่ากลัวแต่อย่างใด ซึ่งหากการรักษาประสบความสำเร็จ ก็จะทำให้บุตรหลาน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต

 อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด อยากพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการรักษาอาการฟันฝังหรืออยากพาบุตรหลานเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิก เพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทันตกรรมในเด็ก จึงสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น การที่เด็กมีสุขภาพฟันที่ดีนั้น จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของพัฒนาการของลูกด้วย และจะทำให้เด็กสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่และมีความสุขมากยิ่งขึ้น เพราะเราอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กให้มากเป็นพิเศษ เพื่อที่เด็กจะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มุณภาพและสุขภาพดี

15
สูตรสปาเก็ตตี้ ทำขายสร้างอาชีพ ได้กำไรดี


สปาเก็ตตี้เป็นเมนูอาหารอิตาเลียนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย สามารถนำมาทำขายสร้างอาชีพได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบร้านอาหาร, ร้านอาหารเดลิเวอรี่ หรือแผงลอย โดยมีสูตรและเคล็ดลับที่น่าสนใจดังนี้:

1. สูตรสปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศหมูสับ (ยอดนิยม):

ส่วนผสม:
เส้นสปาเก็ตตี้ 500 กรัม
หมูสับ 300 กรัม
หอมใหญ่สับ 1/2 หัว
กระเทียมสับ 3 กลีบ
มะเขือเทศเข้มข้น 1 ถ้วย
ซอสมะเขือเทศ 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/2 ช้อนชา
พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
ใบออริกาโนแห้ง (สำหรับโรยหน้า)


วิธีทำ:
ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ในน้ำเดือดผสมเกลือจนสุก (Al dente) แล้วพักไว้
ผัดหอมใหญ่และกระเทียมกับน้ำมันมะกอกจนหอม ใส่หมูสับผัดจนสุก
ใส่มะเขือเทศเข้มข้น ซอสมะเขือเทศ น้ำตาลทราย เกลือ และพริกไทยดำ เคี่ยวจนซอสข้น
ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงในซอส คลุกเคล้าให้เข้ากัน
ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบออริกาโน


2. สูตรสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า:

ส่วนผสม:
เส้นสปาเก็ตตี้ 500 กรัม
เบคอนหั่นชิ้นเล็ก 150 กรัม
ไข่ไก่ 3 ฟอง
พาเมซานชีสขูด 1/2 ถ้วย
วิปปิ้งครีม 1/2 ถ้วย
กระเทียมสับ 2 กลีบ
เกลือและพริกไทยดำป่น
น้ำมันมะกอก


วิธีทำ:
ต้มเส้นสปาเก็ตตี้จนสุก
ผัดเบคอนและกระเทียมจนหอม
ผสมไข่ไก่ พาเมซานชีส และวิปปิ้งครีม ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย
ใส่เส้นสปาเก็ตตี้ลงในกระทะ ผัดให้เข้ากัน
เทส่วนผสมไข่ลงไป ผัดเร็วๆ ให้ซอสข้น


เคล็ดลับทำสปาเก็ตตี้ให้อร่อย:

ต้มเส้นให้สุกพอดี (Al dente): เส้นที่สุกเกินไปจะเละ
ใช้มะเขือเทศเข้มข้น: ช่วยให้ซอสมีรสชาติเข้มข้น
ปรุงรสให้กลมกล่อม: ชิมรสและปรับตามชอบ
ใช้ไฟอ่อนเคี่ยวซอส: ช่วยให้ซอสมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น
เพิ่มตัวเลือก: เพื่อเพิ่มความหลากหลาย อาจเพิ่มไส้กรอก, เห็ด, หรืออาหารทะเล


เคล็ดลับทำขาย:

เตรียมวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า: เพื่อความรวดเร็วในการทำอาหาร
ทำซอสสปาเก็ตตี้ล่วงหน้า: จะช่วยลดเวลาในการทำอาหาร
จัดเตรียมภาชนะ: สำหรับใส่สปาเก็ตตี้และซอส
คำนวณต้นทุน: เพื่อกำหนดราคาขายที่เหมาะสม
โปรโมท: เพื่อดึงดูดลูกค้า
รักษาความสะอาด: เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า


ข้อควรระวัง:

ความสะอาดของวัตถุดิบและอุปกรณ์
ความสดใหม่ของวัตถุดิบ
รสชาติที่ถูกปากลูกค้า

หวังว่าสูตรและเคล็ดลับเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการทำสปาเก็ตตี้ขายสร้างอาชีพนะคะ

หน้า: [1] 2 3 ... 54





























































กลยุทธ์การหาลูกค้าใหม่
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
วิธีการหาลูกค้าของ sale
วิธีหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
การหาลูกค้าใหม่ รักษาลูกค้าเก่า
ช่องทางการเข้าถึงลูกค้า
เพิ่มฐานลูกค้าใหม่
รวมเว็บลงประกาศฟรี ล่าสุด
รวมเว็บประกาศฟรี
โพสต์ขายของฟรี
ลงโฆษณาสินค้าฟรี
โฆษณาฟรี
ประกาศฟรี
เว็บฟรีไม่จำกัด
ทำ SEO ติด Google
ลงประกาศขาย
เว็บฟรียอดนิยม
โพสโฆษณา
ประกาศขายของ
ประกาศหางาน
บริการ แนะนำเว็บ
ลงประกาศ
รวมเว็บประกาศฟรี
รวมเว็บซื้อขาย ใช้งานง่าย
ลงประกาศฟรี ทุกจังหวัด
ต้องการขาย
ปล่อยเช่า บ้าน คอนโด ที่ดิน
ขายบ้าน คอนโด ที่ดิน
ประกาศฟรี ไม่มี หมดอายุ
เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ
ฝากร้านฟรี โพ ส ฟรี
ลงประกาศฟรี กรุงเทพ
ลงประกาศฟรี ทั่วไทย
ลงประกาศโฆษณาฟรี
ลงประกาศฟรี 2023
รวมเว็บลงประกาศฟรี

ไม่รู้จะขายอะไรดี
อยากขายของดี
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
ขายสินค้าไม่สต๊อกสินค้า
เริ่มขายของออนไลน์
รับทำ seo ด่วน
smf โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์อะไรดี
smf โพสฟรี
อยากขายของออนไลน์ smf
ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ
smf เริ่มต้นขายของออนไลน์
ไอ เดีย การขายของออนไลน์
เว็บขายของออนไลน์
เริ่ม ขายของออนไลน์ โพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ที่ไหนดี
เทคนิคการโพสต์ขายของ
smf โพสต์ขายของให้ยอดขายปัง
โพสต์ขายของให้ยอดขายปังโพสฟรี
smf ขายของในกลุ่มซื้อขายสินค้า
โพสขายของยังไงให้มีคนซื้อ
smf โพสขายของแบบไหนดี
โพสฟรีแคปชั่นโพสขายของยังไงให้ปัง
smf แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์
แคปชั่นแม่ค้าออนไลน์ โพสฟรี
ขายของให้ออร์เดอร์เข้ารัว ๆ
smf โพสต์เรียกลูกค้า
โพสต์เรียกลูกค้าโพสฟรี
smf ขายของออนไลน์ให้ปัง
smf โพสต์ขายของ
smf เขียนโพสขายของโดนๆ
แคปชั่นเปิดร้าน โพสฟรี
smf วิธีโพสขายของให้น่าสนใจ
วิธีเพิ่มยอดขาย โพสฟรี
smf เทคนิคเพิ่มยอดขาย

โพสกระตุ้นยอดขาย
วิธีกระตุ้นยอดขาย เซลล์
วิธีแก้ปัญหายอดขายตก
เริ่มต้นขายของ
แหล่งรับของมาขายออนไลน์
ขายของออนไลน์อะไรดี
อยากขายของออนไลน์
เพิ่มยอดขายให้เข้าเป้า
เว็บบอร์ดฟรี
โปรโมทฟรี
มีลูกค้าเพิ่ม - YouTube
ผลักดันยอดขายโปรโมทฟรี
โปรโมทผลักดันยอดขาย
โปรโมทแผนการเพิ่มยอดขายให้ได้ผล
โปรโมทวิธีการวางแผนการเพิ่มยอดขาย
ยอดขายไม่ดีควรทำอย่างไร
ยอดขายตกเกิดจากอะไร
ทำไมต้องเพิ่มยอดขาย
ขายฟรี
ยอดการขาย คืออะไร
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
โพสฟรีการกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทกระตุ้นยอดขาย
โปรโมทฟรีออนไลน์กระตุ้นยอดขาย
ประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศเพิ่มยอดขาย
ฝากร้านฟรีเพิ่มยอดขาย
ลงประกาศฟรีใหม่ ๆ เพิ่มยอดขาย
เว็บประกาศฟรีเพิ่มยอดขาย
Post ฟรี
ประกาศขายของฟรี
ประกาศฟรี
โพส SEO
ลงโฆษณาฟรี
โปรโมทเพจร้านค้า

หากลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
ทําไงให้ลูกค้าเข้าร้านเยอะ ๆ
กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย
เคล็ดลับขายของดี
ค้าขายไม่ดีทำอย่างไรดี
งานโพสโปรโมทงาน
ทํายังไงให้ขายของดี ออนไลน์
รวม SMFขายสินค้า
ประกาศฟรีออนไลน์
ลงประกาศ สินค้า
เว็บบอร์ด โพสต์ฟรี
ลงประกาศ ซื้อ-ขาย ฟรี
ชุมชนคนไอทีขายสินค้า
ลงประกาศฟรีใหม่ๆ 2023
โปรโมทธุรกิจฟรี
โปรโมทสินค้าฟรี
แจกฟรี รายชื่อเว็บลงประกาศฟรี
โปรโมท Social
โปรโมท youtube
แจกฟรี รายชื่อเว็บ
แจกฟรีโพสเว็บบอร์ดsmf
เว็บบอร์ดsmfโพสฟรี
รายชื่อเว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ลงประกาศฟรี เว็บบอร์ด
เว็บบอร์ดขายสินค้าฟรี
ฟรี เว็บบอร์ด แรงๆ
โพสขายสินค้าตรงกลุ่มเป้าหมาย
โฆษณาเลื่อนประกาศได้
ขายของออนไลน์
แนะนำ 6 วิธีขายของออนไลน์
อยากขายของออนไลน์
เริ่มต้นขายของออนไลน์
ขายของออนไลน์ เริ่มยังไง
ชี้ช่องขายของออนไลน์
การขายของออนไลน์
สร้างเว็บฟรีประกาศ