สินค้าโรงงานราคาโปรโมชั่น ลงประกาศสินค้าราคาส่ง

หมวดหมู่ทั่วไป => โพสต์กระทู้ฟรี ประกาศฟรี ทั่วไป => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 23 มกราคม 2026, 13:40:55 น.

หัวข้อ: การใส่อาหารสายยางนานเกินไป ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร
เริ่มหัวข้อโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 23 มกราคม 2026, 13:40:55 น.
การใส่อาหารสายยางนานเกินไป ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร (https://dseelin.co.th/)

การใส่สายยางให้อาหาร (โดยเฉพาะสายทางจมูก หรือ NG Tube) เป็นวิธีการช่วยเหลือในระยะสั้นถึงระยะกลาง แต่หากต้องใส่นานติดต่อกันหลายเดือนหรือเป็นปีโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือประเมินใหม่ จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้หลายด้านดังนี้ครับ

1. ผลเสียต่อเนื้อเยื่อและโครงสร้างร่างกาย
แผลกดทับภายใน (Internal Pressure Sores): สายยางที่แข็งหรือค้างไว้นานจะกดทับเนื้อเยื่อในโพรงจมูก คอหอย และหลอดอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผล หรือมีเลือดออกได้

หูรูดหลอดอาหารเสื่อม: การมีสายพาดผ่านหูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารตลอดเวลา ทำให้หูรูดปิดไม่สนิท ส่งผลให้ น้ำย่อยและอาหารไหลย้อนกลับ (GERD) ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงปอดอักเสบจากการสำลัก

ไซนัสอักเสบ (Sinusitis): สายยางในโพรงจมูกอาจไปอุดกั้นทางระบายของไซนัส ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียและกลายเป็นไซนัสอักเสบเรื้อรัง

2. ผลเสียต่อระบบทางเดินอาหาร
ลำไส้ทำงานน้อยลง (Gut Atrophy): หากไม่มีการกระตุ้นจากการเคี้ยวหรือการทำงานตามธรรมชาติของระบบย่อยอาหารเลย ลำไส้อาจเริ่มฝ่อลีบและประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารลดลง

ภาวะกลืนลำบาก (Disuse Atrophy): กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนหากไม่ได้ใช้งานนานๆ จะเริ่มอ่อนแรง ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ผู้ป่วยอาจจะกลับมาทานเองได้ จะทำได้ยากขึ้นและเสี่ยงสำลักมากกว่าเดิม

3. ผลเสียต่อสุขภาพช่องปาก
คราบหินปูนและเชื้อรา: เมื่อไม่ได้ใช้ปากเคี้ยวอาหาร น้ำลายจะหลั่งน้อยลง ทำให้ปากแห้ง แบคทีเรียและเชื้อรา (เช่น ฝ้าขาวในปาก) เติบโตได้ดี หากสำลักน้ำลายที่สกปรกเข้าปอดจะติดเชื้อรุนแรงได้

4. ผลเสียด้านจิตใจ (Psychological Impact)
ความทุกข์ทรมานสะสม: การมีสิ่งแปลกปลอมคาอยู่ในจมูกและคอตลอด 24 ชั่วโมง สร้างความรำคาญ เจ็บปวด และบั่นทอนกำลังใจของผู้ป่วยอย่างมาก ทำให้ผู้ป่วยหงุดหงิดหรือซึมเศร้าได้

💡 ข้อแนะนำ: เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนวิธี?
หากแพทย์ประเมินว่าผู้ป่วยต้องได้รับอาหารทางสายยาง นานเกิน 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป แพทย์มักจะแนะนำให้เปลี่ยนจากการใส่สายทางจมูก (NG Tube) เป็น "การเจาะหน้าท้อง" (PEG - Percutaneous Endoscopic Gastrostomy) แทนครับ


ข้อดีของการเจาะหน้าท้องเมื่อต้องให้ระยะยาว:

ลดความเสี่ยงปอดอักเสบ: เพราะไม่มีสายเปิดค้างที่หูรูดหลอดอาหาร

สบายตัวกว่า: ไม่มีสายระโยงระยางที่ใบหน้า ไม่เจ็บจมูกและคอ

ดูแลรักษาง่าย: สายมีความคงทนกว่า และลดโอกาสสายหลุดจากการดึงของผู้ป่วย

ภาพลักษณ์ดีขึ้น: สามารถใส่เสื้อผ้าทับได้มิดชิด ผู้ป่วยรู้สึกมีศักดิ์ศรีมากขึ้น

สรุป: หากผู้ป่วยต้องใส่สายนานเกินไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมในการทำ PEG เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าและลดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวครับ